ซ่อมบ้านหลังน้ำท่วม อุปกรณ์ไฟฟ้าอะไรที่ต้องเปลี่ยน และอะไรที่ใช้ต่อได้
อุปปกรณ์ไฟฟ้าที่จมน้ำแล้วส่วนใหญ่ต้องเปลี่ยน ไม่ควรตากแห้งแล้วใช้ต่อ โดยเฉพาะเบรกเกอร์ ตู้คอนซูมเมอร์ เครื่องตัดไฟรั่ว สวิตช์ และเต้ารับ เพราะข้างในมีกลไกที่เสียหายจากความชื้นและตะกอน แม้ภายนอกจะดูปกติดี แต่การเปิดใช้งานโดยไม่ตรวจสอบให้ดีก่อนอาจทำให้เกิดอันตรายได้
บทความนี้รวบรวมจากคำถามที่ลูกค้าถามเข้ามาจริงที่ร้าน เรียงตามลำดับที่ควรทำ ตั้งแต่ก่อนเข้าบ้านจนถึงตอนเปิดไฟกลับ
**Disclaimer** บทความนี้เป็นข้อมูลเบื้องต้นเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่การตรวจสอบหน้างาน ระบบไฟฟ้าที่ถูกน้ำท่วมควรให้ช่างไฟฟ้าที่มีความชำนาญตรวจสอบก่อนเปิดใช้งานทุกครั้ง หากไม่แน่ใจ อย่าเสี่ยงทำเองเด็ดขาดค่ะ
ก่อนเข้าบ้าน — 3 ข้อที่ห้ามทำเด็ดขาด
- อย่าเปิดเบรกเกอร์เอง ถ้าตู้ไฟเคยจมน้ำ
การจ่ายไฟเข้าระบบที่ยังเปียกหรือมีตะกอนอยู่ข้างใน อาจทำให้เกิดไฟช็อต ไฟไหม้ หรือไฟรั่วลงโครงสร้างบ้าน - อย่าแตะอุปกรณ์ไฟฟ้าขณะตัวเปียกหรือยืนในน้ำ
น้ำท่วมเป็นน้ำที่มีสิ่งเจือปน ทำให้นำไฟฟ้าได้ดีกว่าน้ำสะอาดมาก - ถ้ายังมีน้ำขัง ให้ตัดไฟที่เมนเบรกเกอร์ก่อน
หากเข้าไม่ถึงตู้เมนอย่างปลอดภัย ให้ติดต่อการไฟฟ้าในพื้นที่ อย่าฝืนเข้าไปเอง
อุปกรณ์ที่จมน้ำแล้วต้องเปลี่ยน ห้ามใช้ต่อ
| อุปกรณ์ | ทำไมต้องเปลี่ยน |
|---|---|
| เบรกเกอร์ลูกย่อย MCB | หน้าสัมผัสและกลไกสปริงขึ้นสนิม ทำให้ตัดวงจรไม่ทันเมื่อเกิดไฟเกิน |
| เมนเบรกเกอร์ | เหตุผลเดียวกัน และเป็นด่านสุดท้ายของทั้งบ้าน |
| เครื่องตัดไฟรั่ว RCBO / RCCB | ภายในมีวงจรตรวจจับที่ไวต่อความชื้นมาก เสียแล้วมักไม่แสดงอาการ |
| ตู้คอนซูมเมอร์ ตู้โหลดเซ็นเตอร์ | บัสบาร์และจุดต่อสายเกิดสนิม ทำให้ความต้านทานสูงขึ้นจนเกิดความร้อนสะสม |
| สวิตช์ เต้ารับ ปลั๊กไฟ | มีตะกอนและความชื้นค้างในซอก ทำให้เกิดไฟรั่วและสปาร์ก |
| ปั๊มน้ำ มอเตอร์ | ขดลวดและฉนวนภายในเสื่อมจากน้ำ |
อุปกรณ์ไฟฟ้า ทำไมตากแห้งแล้วใช้ต่อไม่ได้ ?
อุปกรณ์พวกนี้ ไม่ได้เสียแบบใช้ไม่ได้ แต่เสียแบบ ยังใช้ได้เหมือนเดิมทุกอย่าง เปิดติด ไฟเข้า ดูปกติ แต่สิ่งที่หายไปคือ ความสามารถในการตัดไฟตอนเกิดเหตุ ซึ่งเป็นหน้าที่เดียวที่มันมีอยู่
เบรกเกอร์ที่ขึ้นสนิมข้างใน จะยังจ่ายไฟได้ปกติ แต่วันที่ไฟช็อตจริง มันจะตัดช้าหรือไม่ตัดเลย ซึ่งอันตรายกว่าการไม่มีเบรกเกอร์เลยด้วยซ้ำ เพราะเจ้าของบ้านเชื่อว่าตัวเองปลอดภัยอยู่ และปัญหาคือไม่มีทางรู้ด้วยตาเปล่า ต้องเปลี่ยนสถานเดียว
อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ตรวจแล้วอาจใช้ต่อได้
| อุปกรณ์ | เงื่อนไข |
|---|---|
| ท่อร้อยสายไฟ กล่องพัก | ล้างตะกอนและทำให้แห้งสนิท ตรวจว่าไม่บุบเสียรูป |
| สายไฟที่เดินในท่อ | ต้องวัดค่าความต้านทานฉนวนก่อน** หากค่าต่ำกว่ามาตรฐานต้องเปลี่ยน |
| สาย NYY, CV ฝังดิน | ออกแบบมาให้ทนความชื้นอยู่แล้ว แต่ยังต้องวัดค่าก่อนใช้ |
| โคมไฟที่ไม่ได้จมน้ำ | เช็ดทำความสะอาดและตรวจขั้วหลอด |
**การวัดค่าความต้านทานฉนวนต้องใช้เครื่องมือเฉพาะและต้องให้ช่างทำ ไม่ใช่งานที่ดูด้วยตาแล้วตัดสินใจได้
ลำดับขั้นตอนหลังน้ำลด
- ตัดไฟที่เมนเบรกเกอร์ก่อนเสมอ แล้วยังไม่ต้องเปิดจนกว่าจะตรวจเสร็จ
- เปิดตู้ไฟดูว่ามีคราบน้ำถึงระดับไหน ถ่ายรูปเก็บไว้ ใช้ประเมินและเคลมประกันได้
- ให้ช่างไฟตรวจและวัดค่าความต้านทานฉนวน ก่อนจ่ายไฟกลับ
- เปลี่ยนอุปกรณ์ตามรายการข้างบน
- ทดสอบระบบตัดไฟรั่วหลังติดตั้งเสร็จ ด้วยปุ่ม TEST บนตัวอุปกรณ์
- ทยอยเปิดวงจรทีละวงจร ไม่เปิดพร้อมกันทั้งบ้าน จะได้รู้ว่าวงจรไหนมีปัญหา
การป้องกันสำหรับน้ำท่วมครั้งหน้า
บ้านที่เสียหายน้อยที่สุดมักทำ 3 อย่างนี้ไว้ก่อน
- ยกตู้ไฟและเต้ารับให้สูงกว่าระดับน้ำท่วมสูงสุดที่เคยเกิด อย่างน้อย 30-50 ซม.
- แยกวงจรชั้นล่างกับชั้นบน เพื่อให้ตัดเฉพาะชั้นที่ท่วมได้ ชั้นบนยังใช้ไฟได้ปกติ
- ติดตั้งเครื่องตัดไฟรั่ว RCBO ในวงจรที่เสี่ยง
เปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ ใช้งบประมาณเท่าไหร่
คำถามที่คนกังวลที่สุดหลังน้ำลดคือค่าใช้จ่าย ส่วนนี้รวมราคาจริงจากหน้าสินค้าของทางร้าน เพื่อให้ประเมินงบได้คร่าว ๆ ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อเพื่อเปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าค่ะ
ราคาด้านล่างเป็นราคาสินค้าอย่างเดียว ยังไม่รวมค่าแรงช่าง และราคาจะแตกต่างกันไปตามยี่ห้อหรือรุ่นที่ลูกค้าเลือกใช้ค่ะ และเป็นราคา ณ วันที่ 30 กันยายน 2569
ประเมินตามระดับความเสียหาย
กรณีที่ 1 — น้ำไม่ถึงตู้ไฟ เสียหายเฉพาะปลั๊กและสวิตช์ชั้นล่าง
เป็นกรณีที่พบบ่อยที่สุดและค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด เปลี่ยนเฉพาะเต้ารับและสวิตช์ที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำ
ประมาณการ 1,500 – 3,000 บาท สำหรับบ้านที่มีจุดจมน้ำราว 10-15 จุด
กรณีที่ 2 — ตู้ไฟจมน้ำ ต้องเปลี่ยนทั้งตู้
เมื่อน้ำถึงตู้คอนซูมเมอร์ ต้องเปลี่ยนทั้งตู้ เมนเบรกเกอร์ ลูกย่อย และเครื่องตัดไฟรั่ว พร้อมกับปลั๊กและสวิตช์ที่จมน้ำ
ประมาณการ 4,000 – 7,000 บาท สำหรับบ้านพักอาศัยทั่วไป
กรณีที่ 3 — อาคารพาณิชย์ หรือระบบไฟ 3 เฟส
ตึกแถว โรงงานขนาดเล็ก หรือบ้านที่ใช้ไฟ 3 เฟส ต้องเปลี่ยนตู้โหลดเซ็นเตอร์ซึ่งมีขนาดและราคาสูงกว่า
ประมาณการ 15,000 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับจำนวนช่องและพิกัดกระแส
เช็คราคาสินค้าอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ต้องเปลี่ยน
หรือทักไลน์สอบถามราคาได้เลย มีราคาพิเศษให้ลูกค้าทุกคนค่ะ Line @nitchaelectric
ทางร้านช่วยอะไรได้บ้าง
ปรึกษาฟรี ถ่ายรูปตู้ไฟส่งมาทางไลน์ ทางร้านดูเบื้องต้นให้ได้ว่าต้องเปลี่ยนอะไรบ้าง ไม่คิดค่าใช้จ่าย
ราคาช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย สำหรับเบรกเกอร์ ตู้ไฟ สวิตช์ ปลั๊ก และสายไฟ แจ้งได้เลยว่าบ้านโดนน้ำท่วม ทางร้านมีราคาพิเศษให้ค่ะ
ทีมช่างเข้าตรวจหน้างาน พื้นที่นนทบุรีและใกล้เคียง ถ้าสนใจให้ช่างเข้าไปตรวจสอบแจ้งเพื่อเช็คคิวช่างได้เลยค่ะ
ณิชชาเจริญยิ่ง การไฟฟ้า เป็นตัวแทนจำหน่าย Schneider, Panasonic, Bticino, Haco และ Siemens อย่างเป็นทางการ มีสินค้าพร้อมส่ง ออกใบกำกับภาษีได้
แอดไลน์ @nitchaelectric · โทร 082-541-8887, 089-992-4690, 02-923-2290
เปิด จันทร์–เสาร์ 07.00–17.20 น.

